Life Story – เรื่องราวชีวิต

ในเส้นทางของการพัฒนาผู้นำจากตัวตนที่แท้จริงของเรา สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือต้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตเราก่อนว่ามันเป็นยังไงบ้าง ลองนึกถึงตอนที่เราเล่าเรื่องของเราเองให้คนอื่นฟัง เวลาที่เล่าให้คนละคนฟัง ทำไมเรื่องเล่ามันไม่เหมือนกัน แล้วเรื่องไหนล่ะ ที่เป็นเรื่องที่ ‘ตรง’ กับตัวตนที่แท้จริงของเรา? คำถามง่ายๆแบบนี้ แต่คำตอบมันยาก ถ้าใครหวังว่าจะเจอวิธีง่ายๆที่จะอ่านเจอคำตอบจากบทความนี้ ขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะฉะนั้นแทนที่จะพยายามหาคำตอบตอนนี้เลยว่าเรื่องไหนตรงกับเราสุด เรามาทำสิ่งที่ ‘ตรงข้าม’ เลยดีกว่า ลองเล่ารื่องราวของเรา ในสองมุม มุมที่มองโลกในแง่บวกสุดๆ กับมุมที่เป็นแง่ลบสุดๆ แล้วลองสังเกตดูว่าเราเล่าเรื่องตัวเองยังไงบ้าง สำหรับนิกเอง แง่บวก รู้สึกว่ามันเขียนออกมาง่ายๆ แต่มันแทบไม่มีอะไรให้อธิบายให้คนอื่นฟังเท่าไหร่ แต่พอมาเล่าแง่ลบ รู้สึกต้องอธิบายให้คนอื่นเข้าใจ ว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้ และเพื่อนๆในกลุ่มนิกก็รู้สึกแบบนี้เหมือนกันเป๊ะ แล้วในการที่ต้อง ‘อธิบายเพิ่ม’ เนี่ยแหละ มันทำให้เราได้เรียนรู้บางอย่างเกี่ยวกับตัวเอง ที่อาจไม่เคย ‘สังเกต’ เห็นมาก่อน สิ่งที่เราได้รู้จากขั้นตอนแรกของ วิชา ALD นี้เนี่ย มันก็ไม่ได้มีประโยชน์ในตัวมันเองเท่าไหร่ แต่มันเป็นหนึ่งในพื้นฐาน ในการที่เราจะค้นหาตัวเองต่อไป ซึ่งเดี๋ยวนิกก็จะเอามาแชร์ในบทความต่อๆไป ใครสนใจก็ติดตามอ่านต่อไปนะครับ Advertisements

พัฒนาผู้นำจากตัวตนที่แท้จริง – Authentic Leader Development

เทอมนี้นิกมีโอกาสได้ลงวิชา Authentic Leader Development (ALD) ซึ่งอาจจะเป็นวิชาที่ ‘แปลก’ ที่สุดของ Harvard Business School เลยก็เป็นได้ ทุกวิชาที่นี่มีเพื่อให้นักเรียนได้เข้าใจหลักการในการทำธุรกิจซักอย่างและสามารถนำไปปรับใช้ได้ แต่วิชานี้มีเพื่อให้นักเรียนได้เข้าใจ ‘ตัวเอง’ เพื่อที่จะได้นำไปปรับตัวเอง ให้เป็นผู้นำที่ดีขึ้น และแทนที่จะเป็นการเรียนเคสในห้องเรียนเป็นหลัก คลาสนี้จะเข้าห้องเรียนแค่ครึ่งเดียว และอีกครึ่งนึงจะเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อประจำวัน กับ Leadership Development Group (LDG) ของเรา ซึ่งคือนักเรียน 6 คนที่ลงวิชานี้ โดยเราจะเจอ 6 คนเดิมนี้ ทุกอาทิตย์ เราจะได้รู้จักกันอย่างดี และตั้งใจที่จะ ‘พัฒนา’ ซึ่งกันและกัน และที่สำคัญมาก ก็คือเรื่องที่เล่าในนี้ ห้ามไปบอกคนอื่นต่อ มีรุ่นพี่ที่จบไปแล้วหลายคนบอกว่าเพื่อนที่ยังสนิทที่สุดหลังเรียนจบ คือเพื่อนจาก LDG นี่เอง และยังพูดคุยกันเพื่อช่วยพัฒนากันและกันต่อไป นอกจากนั้นทุกอาทิตย์ เราก็จะต้อง ‘ทบทวน’ สิ่งที่เราได้เรียนไป และเขียนอะไรก็ได้ที่เราอยากจะเขียนส่งอาจารย์ 1 หน้า ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก ชอบไม่ชอบ อยากเข้าใจอะไรเพิ่ม… Continue reading พัฒนาผู้นำจากตัวตนที่แท้จริง – Authentic Leader Development

Consulting case interview

ใครก็ตามที่อยากทำงานด้าน Management Consulting จะต้องเตรียมตัวสำหรับวิธีการคัดเลือกที่เป็น standard ของสายงานนี้เลย ซึ่งก็คือ Case interview นิกเองได้ผ่าน process การเตรียมตัวและทำ Case interview มา และได้ฝึกงานกับบริษัท Roland Berger ซึ่งเป็นบริษัท Consulting ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป แต่นิกเองทำที่ Boston Office Case Interview คือการสัมภาษณ์ ตัวต่อตัว (เป็นส่วนใหญ่) โดยผู้สัมภาษณ์จะมีโจทย์ธุรกิจนึงอยู่ แล้วผู้ถูกสัมภาษณ์ จะต้องหาคำตอบให้กับปัญหานั้นให้ได้ ในเวลาสั้นๆ (ส่วนมากครึ่งชั่วโมง) และอธิบายให้ผู้สัมภาษณ์เข้าใจ นี่มันก็คล้ายๆกับสิ่งที่ Consultant จะต้องทำในงานจริง แค่เป็น “เวอร์ชั่นย่อ” ถ้าให้อธิบาย Case Interview แบบให้เข้าใจครบถ้วน คงจะต้องคุยกันยาวๆ เพราะกว่านิกเองจะเข้าใจจริงๆ ก็ไม่ใช่ง่ายๆ ส่วนประกอบแบบคร่าวๆ ของ Case Interview จะเริ่มด้วยโจทย์สั้นๆ ว่าบริษัทที่เราต้องแก้ปัญหาให้คืออะไร เค้ากำลังจะเจอสถานการณ์อะไร และสิ่งที่เค้าต้องการที่จะได้คืออะไร… Continue reading Consulting case interview

6 สิ่งสำคัญในการเลือกที่ฝึกงาน

สำหรับนักเรียน MBA แล้ว การฝึกงาน ถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากๆของประสบการณ์ MBA เลย เป็นส่วนนึงของการเรียนรู้เราในช่วง 2 ปีนี้ แล้วแน่นอนว่ามันเป็นตัวสำคัญในการบ่งชี้ว่าเรียนจบแล้วเราจะทำอะไร Step แรกในการที่เราจะได้ฝึกงาน ก็แน่นอนว่าต้องเลือกที่ฝึกงานที่มันเหมาะกับเรา แล้วจากที่ได้เจอมาเองกับตัว กับการได้พูดคุยกับเพื่อนๆคนอื่น ก็ได้เห็นว่าสิ่งหลักๆที่ควรคำนึงถึงในการเลือกที่ฝึกงาน ประกอบไปด้วย: 1. learning potential เราจะได้เรียนรู้ และพัฒนาความสามารถตัวเองจากการฝึกงานได้มากน้อยแค่ไหน เช่น ถ้าเราไม่เคยทำงานด้าน marketing แล้วเลือกฝึกงานด้านนั้น ก็น่าจะเรียนรู้ได้มากกว่าฝึกงานใน function ที่เราเคยทำอยู่แล้ว อีกอย่างที่ต้องคำถึงคือความเสี่ยงในการที่จะได้เรียนรู้ เช่น สมมติฝึกงาน investment banking สิ่งที่เราจะได้ทำมันค่อนข้างชัดเจน แต่ถ้าฝึกงานกับ startup เล็กๆ ก็เสี่ยงสูงมาก เพราะเราไม่รู้แน่นอนว่าเราจะเข้าไปทำอะไรบ้าง ทิศทางของบริษัทยังไม่แน่นอนเลย จะเอาความแน่นอนอะไรกับสิ่งที่เค้าจะให้เด็กฝึกงานทำ 2. profile repositioning ถ้าอยากย้ายสายงาน โอกาสที่จะเปลี่ยนสายตอนฝึกงาน ง่ายกว่าตอนสมัครงาน full time สมมติ อยากเปลี่ยนจาก background ด้าน… Continue reading 6 สิ่งสำคัญในการเลือกที่ฝึกงาน

Resume สมัครงาน vs สมัคร MBA

จากที่ได้สมัครเรียนพวก MBA top schools กับสมัครงานมา แล้วก็ติดที่ Harvard กับได้ฝึกงาน management consulting ที่บอสตัน เลยอยากเขียน guide ทำ resume บ้าง แต่พวก guide ที่คนอื่นทำไว้ หลายๆอันนิกก็ว่าดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เห็นว่าไม่มีใครมาบอกชัดๆ คือ resume สำหรับการสมัครงานกับสมัครเรียน MBA นี่มัน”ต่างกัน”ยังไง แล้วถ้าเราไม่เข้าใจความแตกต่างตรงนี้ เวลาสมัครจริงๆ มันตัดโอกาสเราไปมากๆเลย ถ้าอยากได้รายละเอียดวิธีเขียนเป็นเรื่องเป็นราว ก็ไปดู guide อื่นๆด้วย ความคิดหลายๆคน (รวมถึงตัวเองตอนแรกๆ) ก็คือ resume สมัครเรียนเรามันทำให้เราติดที่ติดยากๆแบบนี้ได้ มันก็ต้องดีอยู่แล้ว ใช้สมัครงานได้สบายๆ แต่พอมานั่งดูดีๆ มันต้องเปลี่ยนหลายอย่างเหมือนกัน หน้าที่หลักของ resume คือการบอกว่าเรา”เก่ง”ยังไง แต่ความแตกต่างทั้งหมด มันมาจากการที่ คนที่โปรแกรม mba ต้องการมัน”กว้าง” ส่วนคนที่บริษัทต้องการมัน”เฉพาะเจาะจง” วิธีเขียน resume สมัคร mba: Mba… Continue reading Resume สมัครงาน vs สมัคร MBA

“The HBS Difference” – อ้าวแล้ว MBA ที่ Harvard มันแตกต่างจากที่อื่นยังไงเหรอ

A: “เฮ้ย Harvard มันเป็นอันดับหนึ่ง ต้องดีที่สุดอยู่แล้ว” B: “ไม่สนอ้ะ อยากเข้า Stanford มากกว่า รู้สึกมันใช่กว่า” C: “Harvard ดูยากอ่ะ ไม่กล้าเข้า” นิก: แล้วสิ่งที่มันแตกต่างกับที่อื่นล่ะ มีตรงไหนบ้าง A B C: เอ่อ…. ตอนนี้ก็ใกล้ถึงช่วงสมัคร MBA รอบแรกอีกแล้ว ใครที่กำลังดูๆอยู่ว่า HBS มันต่างกับที่อื่นยังไงบ้าง ต้องอ่านเลย ไอ้สิ่งที่จะเล่าให้ฟังพวกนี้ รู้ว่ามันมีตั้งแต่ก่อนจะเข้าไปเรียนแล้ว หาข้อมูลได้ง่ายๆ แต่ที่ไม่รู้ก็คือมันจะมีผลต่อประสบการณ์เรายังไงน่ะสิ Case Method อย่างแรกเลยที่ต้องพูดถึงคือ การใช้ case method ในการสอนสำหรับวิชาหลักทุกวิชา ทุกคลาส จบปีหนึ่งนี่คือผ่านไปราวๆ 250 เคส คะแนนหลักๆมาจากการมีส่วนร่วมในห้องเรียน (participation) 50% กับ สอบไฟนอลอีก 50% บางวิชามี assignment หรือ ควิซบ้าง ต่างกับที่อื่น (ส่วนใหญ่)… Continue reading “The HBS Difference” – อ้าวแล้ว MBA ที่ Harvard มันแตกต่างจากที่อื่นยังไงเหรอ

Learning = Gaining Knowledge????

ถ้าพูดถึงการเรียนแล้ว ไม่ว่าใครก็นึกถึงภาพของการนั่งในห้อง ฟังครูให้’ความรู้’ หรือไม่ก็นึกถึงการอ่านหนึงสือเพื่อเพิ่มเติมความรู้ให้กับตัวเอง นั่นก็ไม่ผิดหรอก แต่ว่าการเรียนรู้ ไม่ได้จำกัดแค่การเพิ่มเติมความรู้ การเรียนรู้มีสามระดับ การเพิ่มเติมความรู้นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ จากคลาส  FIELD Foundations ของ Harvard Business School ซึ่งมีจุดประสงค์ในการวางรากฐานของลักษณะการเป็นผู้นำ โดยเน้นที่การเรียนรู้ตัวเอง เขาบอกว่าการเรียนรู้มีสามระดับ คือ 1. Learn something new เรียนรู้สิ่งใหม่ 2. Change your mind เปลี่ยนความคิดตัวเอง 3. Change yourself / change behavior  เปลี่ยนตัวเอง / เปลี่ยนพฤติกรรม การหาความรู้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เปิดโลกเราให้เรามีความเข้าใจที่กว้างขึ้น และสามารถเปลี่ยนความคิดไปในแนวใหม่ที่ดีขึ้นได้ แล้วเมื่อความคิดของเราเปลี่ยนแล้ว เราก็สามารถที่จะเปลี่ยนตัวเรา เปลี่ยนสิ่งที่เรากระทำ และนี่แหละ คือสิ่งที่จะสร้างความแตกต่างที่ดีให้กับโลกใบนี้ รู้สิ่งใหม่ๆแล้วก็อย่าลืมใช้ความรู้นั้นประกอบการตัดสินใจเรา ว่าเราคิดอย่างไร เมื่อเราคิดได้แล้ว ก็อย่าลืมนำความคิดนั้นออกมาสู่โลกใบนี้ผ่านการกระทำของเรา