“ไม่เหมือนคนอื่น ก็ไม่เป็นไร”

ตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเอง’เหมือน’ใครเลย

เริ่มตั้งแต่ ‘ครอบครัว’ อยู่กันแค่สามคน พ่อแม่ลูก พ่อกับแม่นิก เลี้ยงดูนิกแตกต่างจากแบบคนไทยทั่วไป ออกจะเป็นสไตล์ฝรั่ง ปล่อยๆหน่อย ไม่ได้เข้าถึงวัฒนธรรมไทย ไม่ได้สนิทกับหมู่ญาติ ไม่ดูหนังฟังเพลงไทย เด็กคนอื่นนั่งดูช่องเก้าการ์ตูน นิกดูcartoon network พากย์ภาษาอังกฤษ ฯลฯ
‘หน้าตา’ก็ไม่เหมือนใครเค้า มีเชื้อผสม ไทย อินเดีย มอญ ลาว เยอรมัน อังกฤษ จีน เดินไปไหนมาไหนก็มีคนทักเป็นภาษาอังกฤษบ้าง ชวนขึ้นตุ๊กๆบ้าง ขายของราคาฝรั่งที่มาบุญครองบ้าง เพื่อนๆนี่มีแต่ไทย-จีนทั้งนั้น
‘ศาสนา’ เกิดในตระกูลมุสลิม อาศัยในเมืองพุทธ ไปเรียนโรงเรียนคริสต์ โคตรจะไม่สับสนซักกะนิดเลย

นี่เป็นแค่บางตัวอย่างของสิ่งที่ทำให้นิกรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถจัดประเภทตัวเองว่าเป็นคนแบบไหน ไม่เห็นใครที่นิกสามารถก้าวตามแบบได้เลย คิดมาตลอดชีวิตว่า ‘เราเป็นใครวะ’

ตัดมาที่ประสบการณ์ที่เพิ่งได้ผ่านมา ในวิชาของ Harvard Business School ที่ชื่อว่า Field Foundations ซึ่งจะให้นักเรียนเข้าใจตัวเองในเชิงลึก เพื่อที่จะได้เติบโตเป็นผู้นำในแบบของเรา
ในคลาสนึงเค้าแจกการบ้านให้นักเรียนทำ identity map (ตามรูป) ซึ่งคือการ
1. list สิ่งต่างๆที่เป็นส่วนของ’ตัวตน’ของเรา ในด้านการงาน ครอบครัว การเรียน สังคม วัฒนธรรม งานอดิเรก ฯลฯ
2. เขียนบนแผนผัง โดยให้สิ่งที่รู้สึกเป็นส่วนสำคัญของตัวตนเรามากกว่า ไว้ใกล้ๆตรงกลาง
3. เขียนเส้นโยงความสัมพันธ์
การทำ identity map บังคับให้เราได้นึกถึงสิ่งต่างๆที่เป็นส่วนประกอบของตัวตนของเรา และเขียนออกมาในรูปแบบที่ชัดเจนและจับต้องได้ แล้วก็ทำให้เราได้เห็น และเข้าใจว่าหลายๆอย่างในนั้น มันมีความเกี่ยวข้องกันมากว่าที่คิดไว้มาก ได้’เรียนรู้ตัวเอง’มากขึ้น

เสร็จแล้วในคลาส เค้าให้แชร์สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำ identity map ในกลุ่ม 6 คน
นิกก็เล่าถึงส่วนประกอบต่างๆของตัวตนนิก แล้วนิกก็บอกว่าไอ้สิ่งเหล่านี้ มันทำให้นิกรู้สึกไม่เหมือนใครเลย แล้วนิกรู้สึกยังไงบ้างกับการเป็นแบบนี้ ทุกคนในกลุ่มชอบมาก แล้วพอเค้าเปิดโอกาสให้แชร์เรื่องตัวตนของเรา ให้ทั้งห้องฟัง ซึ่งคือเพื่อนเรียน section เดียวกัน 93 คน ที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ แล้วจะเรียนด้วยกันทุกคลาสไปตลอด 1 ปี นิกก็ตัดสินใจที่จะเล่าให้ทั้งห้องฟัง มันเป็นอะไรที่ส่วนตัวมาก อยู่ดีๆไม่มีทางพูดเรื่องนี้แน่นอน การ’เผยตัวตน’ของเราออกมาแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย แต่ตอนเล่า ได้มองไปที่เพื่อนๆทุกคน ทุกคนตั้งใจฟังมาก แล้วจากสีหน้าทุกคน ทุกคนให้กำลังใจเรา แล้วยินดีที่จะรับฟังเรื่องของเรา แล้วหลังจากจบคลาสไป ก็มีเพื่อนๆที่ได้ฟัง 20 กว่าคน เข้ามาคุยกับนิก ขอบคุณนิกที่’กล้าแบ่งปัน’ บอกว่ามันทำให้เค้ารู้สึกว่ารู้จักนิกดีขึ้นมาก รู้สึกชื่นชมนิก ทำให้บรรยากาศของ section ใกล้ชิดกันมากขึ้น หรือบางคนก็บอกว่าสิ่งที่เราพูดไป ฟังแล้วโดน เคยผ่านอะไรแบบนั้นมาเหมือนกัน

จากประสบการณ์นี้ นิกได้รู้เลยว่าการมาทบทวนสิ่งที่ทำให้เรามีตัวตนแบบนี้ในทุกวันนี้ มีอะไรบ้าง ก่อนหน้าทุกคนก็พอรู้แหละว่าตัวเองเป็นใคร แต่มันแค่เป็นสิ่งที่รู้อยู่ลึกๆ ไม่ชัดเจน มาวันนี้นิกเข้าใจตัวเองมากขึ้น และการเปิดเผยตัวตนของเรากับคนอื่น ทำให้เราได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น และยิ่งทำให้การเรียนรู้ตัวเองนั้น’ชัดเจน’ขึ้นมา และมันก็ทำให้นิกกล้าที่จะ’เผยตัวตน’ให้กับทุกคน

ชีวิตนิกไม่เหมือนคนอื่น
มันแย่เพราะมันยาก มันสับสน ล้มมาหลายครั้ง ไม่มี’ทางให้เดินตาม’
แต่มันดี เพราะมันเป็น ‘ทางของเรา’

ขอให้ทุกๆคนที่อ่านอย่ากลัวที่จะเป็น ‘ตัวเรา’ แค่เพราะเรา ‘ไม่เหมือนคนอื่น’

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s