นอกเรื่อง?

ที่ MBA ของ Harvard Business School เทอมแรก มี 6 วิชา: finance, FRC: financial reporting & control (accounting & CG), LEAD: Leadership, FIELD (soft skills), TOM: Technology and operations management และ Marketing

มีเรียนหลายวิชา แต่ละวิชาก็มีเนื้อหาและความโดดเด่น’แตกต่าง’กันไป คลาสนึงเรียนวิชานึง คลาสต่อไปก็เปลี่ยนวิชา สลับๆกันไป เรารู้ว่าคลาสถัดไปต้องเตรียมเคสไหนไป ก็เตรียมไปให้พร้อม ก็ตาม’ปกติ’เนอะ

แต่อยู่ๆ วันนึงมันไม่ปกติขึ้นมาน่ะสิ

วิชา TOM ตั้งแต่คลาสแรก เจอเนื้อหา operations แบบ ‘technical’ สุดๆ เช่น Process flow diagram, utilization, cycle time etc. (ไม่รู้จักไม่เป็นไร ไม่ใช่ประเด็น)

แต่วันนึง ก็เจอเคสนึง เกี่ยวกับบริษัทที่ทำความสะอาดรถไฟชินกันเซนของญี่ปุ่น ซึ่งประสบปัญหาการทำงานที่ช้าลง มีงานผิดพลาดและอุบัติเหตุ พนักงานลาออกมาก มันชัดเจนมากว่า process ของเค้ามีปัญหา แล้วเราจะแก้ปัญหายังไงดี

พออ่านเคสก็พบว่าเคสนี้แทบไม่มีตัวเลขให้คำนวณ เลยแทบเตรียมอะไรแบบ technical เข้าไปไม่ได้เลย แตกต่างจากคลาสก่อนๆโดยสิ้นเชิง ก็งงว่าจะเรียนอะไรเนี่ย

เข้าไปในห้องเรียน ก็เจออาจารย์วิชา TOM รออยู่ แต่ที่แปลกตาไปก็คือ มีอาจารย์วิชา LEAD นั่งอยู่ในห้องด้วย

พอเริ่มเรียน อาจารย์เจ้าของวิชาก็สอนไปตามปกติเหมือนไม่มีอะไรแปลกไป แล้วอาจารย์ก็ถามว่าเราจะพัฒนา process ได้อย่างไร นักเรียนหลายคนก็พยายามตอบ แต่วิธีแก้ที่ตอบไป มันไม่พอที่จะแก้ปัญหาของบริษัทนี้ได้

แล้วอาจารย์ LEAD ก็ลุกขึ้นมาสอนแทน ถามว่าจะแก้ปัญหาของบริษัทนี้ โดยพยายามแก้ด้วยหลักการของวิชา LEAD ก็พบว่ามีวิธีแก้ที่ดีหลายอย่าง และสุดท้าย วิธีที่บริษัทนี้ได้ใช้ในการแก้ปัญหา operations ของเค้าจริงๆ เป็นการปรับโครงสร้างของทีม และการให้ความสำคัญกับพนักงานมากขึ้น ซึ่งเป็น’เนื้อหา’ของวิชา LEAD เต็มๆเลย

แน่นอน มีครั้งแรก แล้วมันต้องมีอะไรแบบนี้อีก เช่น

– เรียนคลาส LEAD อยู่ เกี่ยวกับการทำงานร่วมกันในทีม อาจารย์วิชา FIELD ก็เข้ามาสอนด้วย เน้นไปที่การสอน soft skills ให้นักเรียนได้ ‘พัฒนาตัวเอง’ ในการทำงานเป็นทีมจริงๆ ไม่ใช่แค่เรียนรู้ว่าทีมที่ดีเป็นอย่างไร

– ทำกิจกรรม factory simulation ของวิชา TOM หลังทำ simulation ครั้งแรก อาจารย์นัดให้ไปคุยกันเรื่องจะพัฒนา process ของเรา แต่เข้าห้องไป เจออาจารย์ FIELD เป็นคนสอนแทน เน้นไปที่การทบทวนการตัดสินใจที่เราได้ทำไปในรอบแรก และจะทำยังไงให้รอบสองดีขึ้น

– และที่พีคที่สุด พีคแบบคาดไม่ถึงเลย เรียนคลาส LEAD เกี่ยวกับบริษัท Bridgewater ซึ่งมีculture ที่เค้าเชื่อว่าเป็นเหตุที่ทำให้เค้าเป็นบริษัทกองทุนที่ทำเงินได้ดีที่สุด อาจารย์ให้นักเรียนพยายามอธิบายว่า culture ของเค้ามันทำให้ได้ผลตอบแทนทางการเงินที่ดีขึ้นได้อย่างไร มีนักเรียนคนนึงตอบอยู่ ยังพูดไม่ทันจบ อาจารย์วิชา Finance ‘เปิดประตูห้องเข้ามา’ แล้วถามว่า รู้ได้ไง มันอาจจะเป็นแค่โชคก็ได้ เหมือนโยนหัวก้อย ย่อมมีโอกาสที่จะได้หัวมากกว่า ไม่ได้มี culture ในการโยนที่ดีกว่า มันใช่ culture แน่เหรอ ที่ทำให้ผลตอบแทนดีกว่ากองทุนของบริษัทอื่น
และก็ให้นักเรียน ดึงข้อมูลทางการเงินจากเคสมา และลองคำนวณค่าวัดทางการเงินต่างๆ (เคสนี้ไม่มีข้อสรุป ประเด็นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่ผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน)

ทุกๆครั้งที่ถูก surprise แบบนี้ ทำให้นิกรู้สึกว่าเรามองวิธีปัญหา’แคบ’ไป อะไรที่ไม่ตรงวิชาที่เรียน ก็ไม่ไปคิดถึงมัน แต่สิ่งที่ Harvard แสดงให้เราเห็นหลายๆครั้ง ก็คือ ปัญหาในโลกนี้ ไม่ได้มี’วิชาใดวิชาหนึ่ง’ที่จะแก้มันได้ดีที่สุด ทุกวิชาที่เรียนมีส่วนในการแก้ปัญหาที่เราจะเจอในอนาคต เช่น ถ้าเราไปทำงานในธนาคาร สิ่งที่เราเอาไปใช้ประโยชน์ได้ มันไม่ได้มีแค่ วิชา Finance

 

เป็นหน้าที่เรา ในฐานะผู้นำ ที่จะมองออกนอกจากสิ่งที่ดูเหมือนจะ ‘ตรง’ ที่สุด และคิดวิธีแก้ท่ีเหมือนจะ ‘นอกเรื่อง’

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s