6 สิ่งสำคัญในการเลือกที่ฝึกงาน

สำหรับนักเรียน MBA แล้ว การฝึกงาน ถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากๆของประสบการณ์ MBA เลย เป็นส่วนนึงของการเรียนรู้เราในช่วง 2 ปีนี้ แล้วแน่นอนว่ามันเป็นตัวสำคัญในการบ่งชี้ว่าเรียนจบแล้วเราจะทำอะไร

Step แรกในการที่เราจะได้ฝึกงาน ก็แน่นอนว่าต้องเลือกที่ฝึกงานที่มันเหมาะกับเรา แล้วจากที่ได้เจอมาเองกับตัว กับการได้พูดคุยกับเพื่อนๆคนอื่น ก็ได้เห็นว่าสิ่งหลักๆที่ควรคำนึงถึงในการเลือกที่ฝึกงาน ประกอบไปด้วย:

1. learning potential
เราจะได้เรียนรู้ และพัฒนาความสามารถตัวเองจากการฝึกงานได้มากน้อยแค่ไหน เช่น ถ้าเราไม่เคยทำงานด้าน marketing แล้วเลือกฝึกงานด้านนั้น ก็น่าจะเรียนรู้ได้มากกว่าฝึกงานใน function ที่เราเคยทำอยู่แล้ว อีกอย่างที่ต้องคำถึงคือความเสี่ยงในการที่จะได้เรียนรู้ เช่น สมมติฝึกงาน investment banking สิ่งที่เราจะได้ทำมันค่อนข้างชัดเจน แต่ถ้าฝึกงานกับ startup เล็กๆ ก็เสี่ยงสูงมาก เพราะเราไม่รู้แน่นอนว่าเราจะเข้าไปทำอะไรบ้าง ทิศทางของบริษัทยังไม่แน่นอนเลย จะเอาความแน่นอนอะไรกับสิ่งที่เค้าจะให้เด็กฝึกงานทำ

2. profile repositioning
ถ้าอยากย้ายสายงาน โอกาสที่จะเปลี่ยนสายตอนฝึกงาน ง่ายกว่าตอนสมัครงาน full time สมมติ อยากเปลี่ยนจาก background ด้าน energy ไปทำ tech แทน พอได้ชื่อว่าฝึกงาน tech company แล้วมันก็เป็นใบเบิกทางในการเปลี่ยนสายงานที่สำคัญมาก ส่วนถ้าไม่ได้เปลี่ยนสายงาน แต่ว่ามีฝึกงานในสายงานอื่น ทำให้เราโดดเด่นออกจากคนอื่นๆในสายงานตัวเองได้ดีเหมือนกัน

3. industry trial
ทำงานระยะเวลาสั้นๆ ให้เข้าใจว่าเราเหมาะกับสายงานที่เราสนใจรึเปล่า ถ้าสนใจก็ไปต่อ แต่ถ้าลองแล้วมันไม่ใช่ ก็ถือว่าเสียเวลาไปนิดเดียว แล้วก็ได้เรียนรู้ตั้งหลายอย่าง

4. money
เงินจากการทำงานสามเดือน ต่อให้เงินเดือนเยอะแค่ไหน ในระยะยาว มันก็ไม่ได้เยอะซักเท่าไหร่ แต่สำหรับนักเรียนที่ไม่มีรายได้ ไอ้เงินที่ทำได้ช่วงนี้มันช่วยชีวิตสุดๆ ตอนแรกนิกไม่คิดถึงเรื่องเงินในการเลือกที่ฝึกงานเลย แต่พออยู่ไปซักพัก เงินในบัญชีมันผลาญไปอย่างเร็ว เรื่องเงินนี่กลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆเลย

5. effort/chance
ก็ไม่ใช่ว่าอยากฝึกที่ไหนก็จะได้ฝึก ก็ต้องประเมินว่าตัวเองมีลุ้นได้ offer จากที่ไหนบ้าง ที่ไหนที่เราคิดว่าไม่มีลุ้นเลย ก็อย่าไปเสียเวลากับมัน เพราะงานบางอย่างมันต้องทุ่มเทในการสมัครฝึกงาน เช่น consulting ที่ต้องเตรียมตัวสำหรับ case interview (เดี๋ยวมีอธิบายในpostอื่น) หรือ จะสมัครบริษัทเล็กๆ เราก็ต้องไปนั่งหา list บริษัท แล้วติดต่อกับเค้าเองทุกอย่าง เพราะเค้าไม่ได้มีระบบพร้อมรับเด็กฝึกงานเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งพวกนี้กินเวลามาก ถ้าชีวิตเราตอนนั้นรับตรงนี้เพิ่มไม่ไหว หรือเราเล็งที่ฝึกงานหลายๆที่ ความยากในการที่จะได้ offer เป็นอะไรที่สำคัญมากที่ต้องคำนึงถึง
อีกประเด็นย่อยในการเลือกบริษัท คือเราต้องหาข้อมูลว่าเค้ายอมรับคนต่างชาติมากน้อยแค่ไหนอีกด้วย

6. location
เมืองที่เราไปฝึกงาน กำหนด lifestyle ของเราในตลอดช่วงฝึกงานเลย แล้วก็แน่นอน ถ้าคิดจะรับ full time offer มันก็จะเป็นที่ๆเราจะอยู่อีกยาว เพราะฉะนั้น การเลือกเมืองที่เราอยากอยู่ เป็นอะไรที่สำคัญมากๆเช่นกัน แถมตอนฝึกงาน วันเสาร์อาทิตย์ก็เป็นโอาสหาเรื่องเที่ยวที่ดี

สำหรับนิกเองสิ่งที่ตั้งใจจะฝึกงานตอนแรก กับสิ่งที่เลือกฝึกงานจริงๆ มันแตกต่างกันลิบลับเลย จากที่ลองคิดดูละเอียดๆ กับการพูดคุยกับคนอื่น ทั้งเพื่อน รุ่นพี่ อาจารย์ career coach แล้วก็ตัวแทนจากบริษัทต่างๆ ความคิดก็ได้เปลี่ยนไปมาก แล้วสิ่งที่คิดว่าตัวเองพลาดที่สุดคือไม่จริงจังกับเรื่องหาที่ฝึกงานที่เหมาะกับเราจริงๆตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้ต้องเร่ง ทำให้ช่วงหลังๆของเทอมหนึ่งเหนื่อยและเครียดมาก
ก็ขอให้ใครที่จะหาที่ฝึกงานในอนาคต ได้ใช้บทความนี้ช่วยในการหาที่ฝึกงานที่เหมาะกับตัวเราได้ตามใจอยากนะครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s