หาคำตอบให้ชีวิต ด้วยแนวคิด Startup

ไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา นิกได้โอกาสเข้าร่วมโครงการ HBS Startup Bootcamp ซึ่งให้โอกาสนักเรียน HBS ได้นำไอเดียทำ Startup ของตัวเอง มาผ่าน Process การพัฒนาไอเดีย ให้พร้อมมากขึ้นสำหรับการพัฒนาเป็นธุรกิจจริงๆ ตอนกลางวันเค้าก็จะสอนหลักการและเครื่องมือต่างๆ ที่เอาไว้ใช้พัฒนาไอเดีย รวมไปถึงการเตรียม Business Model design & validation, Sales & Marketing, Seed Financing, Team and Founder issues แล้วก็จะมี Guest speakers ที่เป็น Entrepreneur หรือ VC มาพูดทุกๆวัน ส่วนตอนเย็นกับวันหยุด ก็ให้เอาเวลาไปพัฒนาไอเดียของตัวเองจากสิ่งที่ได้เรียนมา และตอนวันสุดท้าย ก็จะมีให้ลอง pitch ไอเดียกับ VC จริง เพื่อได้รับ “feedback” จากผู้เชี่ยวชาญ (บางคนถึงกับได้รับนามบัตรแถม เพราะ VC ชอบไอเดีย) สิ่งที่นิกอยากนำมาแบ่งปันกับทุกคน… Continue reading หาคำตอบให้ชีวิต ด้วยแนวคิด Startup

กระจก

What is your theory of leadership? ทฤษฎีการเป็นผู้นำของคุณคืออะไร ? คำถามนี้เป็นคำถามสำคัญที่อาจารย์วิชา LEAD ถามตั้งแต่คลาสแรก และคอยถามซ้ำอีกเรื่อยๆตลอดเทอม นี่เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งของการทำ “reflection” ซึ่งเป็นสิ่งที่ Harvard ให้นักเรียนทำเป็น assignment อยู่เรื่อยๆ เพื่อ”ทบทวน”สิ่งที่เราได้เรียนไป รวมไปถึงความคิดเห็นของเรากับสิ่งที่เรียน และการนำไปใช้จริงในอนาคต เช่น เมื่อจบบทนึงของวิชา เค้าจะให้เราส่งคำตอบว่า แนวคิดที่สำคัญที่สุดที่ได้ในบทนั้นคืออะไร หรือ สิ่งใดที่เรียนไปสำคัญที่สุดในการเอาไปใช้จริงในอนาคตสำหรับเรา จุดเด่นของการทำ reflection คือการ “สกัด” สิ่งที่สำคัญที่เราได้เรียนรู้ออกมาชัดๆ แล้วเก็บมันไว้ในหัวเรา แทนที่จะเรียนไปแล้ว สอบเสร็จ “เท”ความรู้ทิ้งหมด แล้วไอ้สิ่งที่เราสกัดได้เนี่ย มันคือสิ่งที่เรา”เข้าใจ”จริงๆ และรวมไปถึง”ความเห็น”ของเรากับสิ่งนั้น ไม่ใช่แค่สิ่งที่ฟังคนอื่นมาแล้วจำ นอกจากการใช้เพื่อการเรียนในห้องเรียน เราสามารถใช้การ reflection กับสิ่งอื่นๆที่เราเจอใน”ชีวิตประจำวัน” ได้ ลองมองตัวเอง ว่าเราคิดอย่างไรกับประสบการณ์ที่เราเจอ หรือเราจะลองreflect “ตัวเรา”เอง ลองมองการกระทำ ความคิด ความรู้สึก ของตัวเอง เพื่อคอยทบทวน ดูว่าเราชอบไม่ชอบตรงไหน และคอยปรับให้เราใช้ชีวิตได้ดีขึ้น อย่าปล่อยชีวิตผ่านไปเรื่อยๆ… Continue reading กระจก

เอาใจเขามาใส่ใจเรา

empathy  คือการเข้าใจ”ความรู้สึก”คนอื่น การเอาใจเขามาใส่ใจเรา มันเป็นอะไรที่มักถูกมองข้าม ขนาดคำว่า empathy เอง ยังเป็นคำที่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าแปลว่าอะไรเลย การเอาใจเขามาใส่ใจเรา ส่วนมากจะถูกใช้ในเรื่องความสัมพันธ์ซะเป็นส่วนใหญ่ เอาไว้ใช้แก้ปัญหาตอนคนทะเลาะกัน แต่ไม่ค่อยได้รับความสำคัญให้เป็นเรื่องที่ควรคิดถึงในการตัดสินใจอะไรซักเท่าไหร่ ยิ่งการตัดสินใจทางธุรกิจนี่ยิ่งหนัก เรื่องความรู้สึกนี่ไม่ค่อยมีใครไปเสียเวลานึกถึงมันเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้มีผลการวิจัยออกมามากมายว่า empathy เป็นส่วนสำคัญในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้าน operations, marketing, human resources, etc. และกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น Harvard Business School เอง ก็ได้เน้น empathy ในการเรียนมากขึ้น เคสส่วนมากที่เรียน จะมี protagonist หรือว่า “ตัวเอก”  และเค้ามักจะต้องตัดสินใจอะไรสักอย่าง ซึ่งเป็นหน้าที่ของนักเรียนที่จะวิเคราะห์ข้อมูลในเคส และทำการตัดสินใจ เสมือนว่าเราเป็นตัวเอก และในเคส จะมีข้อมูลพื้นหลังของตัวเอกและสิ่งแวดล้อมอยู่ด้วย เพื่อให้เราได้ “สวมบทบาท” ของตัวเอกได้ดียิ่งขึ้น แต่เพียงการให้อ่านข้อมูล มันไม่สามารถสร้าง empathy ได้มากพอ เลยมีวิธีอื่นๆเสริมเข้ามาด้วย ในห้องเรียน สมมติเคสเกี่ยวกับธนาคารในสวีเดน เค้าก็จะให้คนที่เคยทำงานธนาคาร กับคนที่มาจากสวีเดน มาเล่าประสบการณ์ส่วนตัว… Continue reading เอาใจเขามาใส่ใจเรา

Playground

ในชีวิตประจำวันของคนเรา ส่วนมากจะเป็น “routine” เหมือนๆเดิมแทบทุกวัน โดยเฉพาะที่ทำงาน หรือที่เรียน เราปรับตัว ปรับพฤติกรรมให้เข้ากับ”สภาพแวดล้อม”ที่เราเจอ เราได้ฝึกการทำบางอย่าง ฝึกไปเรื่อยๆจนเก่ง และนานๆที กว่าจะได้เปลี่ยนงาน หรือเปลี่ยนสิ่งที่เรียน ให้เราได้เจอสิ่งใหม่ ทำสิ่งใหม่ๆ สำหรับบางคน อาจจะได้ทำสิ่งใหม่ๆอยู่เรื่อย แต่คนส่วนมากคงไม่ได้เป็นแบบนั้น และการเปลี่ยนแปลง มันมา”ช้า” เกินไป แต่มันไม่ได้หมายความว่าการที่เราอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบเดียว แล้วเราควรยอมรับสภาพนั้น บางทีเราควร”ฉีก” ตัวเองออกมาหาสภาพแวดล้อมอื่น ได้พบปะผู้คนใหม่ๆ ให้เราได้ลองสิ่งใหม่ๆ ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถของเรา ในการทำสิ่งอื่นๆบ้าง โอกาสที่จะพาตัวเองออกมาจากสภาพแวดล้อมที่ซ้ำซากของเรามีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการไปร่วมชมรม การรู้จักคนใหม่ๆ การทำอาชีพเสริม ฯลฯ ตอนที่นิกทำงานอยู่ปตท. ถึงแม้งานของนิกทำให้นิกได้แก้ปัญหา โจทย์ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ แต่ว่าสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม คนที่เราเจอ สิ่งที่ตัวเองทำ วิธีปฏิบัติตน มันไม่ค่อยเปลี่ยนซักเท่าไหร่ นิกเลยหาประสบการณ์การเรียนรู้เพิ่มเติม โอกาสที่จะสนุกไปกับการเรียนรู้ ด้วยการหา “Playground” ของตัวเอง และสิ่งที่นิกเลือกในการพัฒนาตัวเองของนิกนอกที่ทำงาน คือการอาสาไปเป็นโค้ช กับ Asian Leadership… Continue reading Playground

“ความหลากหลาย”

ที่ Harvard Business School มีประเพณีซึ่งทำกันมานาน ซึ่งคือทุกปี จะมีงาน flag day ซึ่งให้ตัวแทนของทุกชาติในแต่ละห้อง ออกมานำเสนอเรื่องประเทศตัวเองสั้นๆ และแขวนธงของประเทศตัวเองไว้ในห้อง เป็นการแสดงความสำคัญของ’ความหลากหลาย’ หรือ ‘Diversity’ ของชั้นเรียน Diversity มันสำคัญยังไง มันแค่ไว้บ่งบอกว่า Harvard พร้อมที่จะสอนนักเรียนจากทั่วโลก ไม่ใช่แค่อเมริกา รึเปล่า? Harvard เชื่อว่า ศาสตราจารย์ ไม่มีทางฉลาดเท่านักเรียนทั้งห้อง’รวมกัน’ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เลือกสอนด้วยวิธี case และการมีความหลากหลาย ก็บ่งบอกว่ามีความคิดที่หลากหลายขึ้น จากประสบการณ์ที่แตกต่างไปของแต่ละคน ทำให้มวลความรู้ของทั้งห้องเรียนเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ความหลากหลาย เป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้ว ว่าสามารถทำให้ทีมทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากความรู้ ความถนัดของสมาชิกทีมที่แตกต่างกัน แต่แน่นอนว่าความหลากหลาย ทำให้ทีมทำงานร่วมกันได้ยากขึ้น จึงเป็นอีกเป้าหมายของ Harvard ที่จะให้นักเรียนสามารถ manage diverse teams ได้ดี เราคนเดียว ไม่สามารถคิดได้ทุกเรื่อง และการร่วมทีมกับคนที่ๆเหมือนๆกับเรา ถึงแม้จะสบายกว่า ทำงานด้วยกันได้ง่ายกว่า แต่ก็ไม่สามารถขยายความรู้ความสามารถของทีมได้มาก เพราะฉะนั้น… Continue reading “ความหลากหลาย”

นอกเรื่อง?

ที่ MBA ของ Harvard Business School เทอมแรก มี 6 วิชา: finance, FRC: financial reporting & control (accounting & CG), LEAD: Leadership, FIELD (soft skills), TOM: Technology and operations management และ Marketing มีเรียนหลายวิชา แต่ละวิชาก็มีเนื้อหาและความโดดเด่น’แตกต่าง’กันไป คลาสนึงเรียนวิชานึง คลาสต่อไปก็เปลี่ยนวิชา สลับๆกันไป เรารู้ว่าคลาสถัดไปต้องเตรียมเคสไหนไป ก็เตรียมไปให้พร้อม ก็ตาม’ปกติ’เนอะ แต่อยู่ๆ วันนึงมันไม่ปกติขึ้นมาน่ะสิ วิชา TOM ตั้งแต่คลาสแรก เจอเนื้อหา operations แบบ ‘technical’ สุดๆ เช่น Process flow diagram, utilization, cycle time… Continue reading นอกเรื่อง?

นำในแบบของเรา part.2

(ภาพประกอบเป็นเพียงตัวอย่าง บางมิติของลักษณะการนำ ไม่ใช่ว่าหาคำตอบแค่ 4 อย่างนี้พอ) Post ที่แล้ว ได้พูดถึงการหา’ลักษณะการนำ’ ที่เหมาะกับตัวเรา คราวนี้ เรามา’มอง’ตัวเอง ด้วยการ’ถาม’คำถาม สามอย่าง ที่เกี่ยวกับ การ’ประสบ’ (Experience – verb) ซึ่งในที่นี้รวมไปถึง’สิ่งที่เกิดขึ้น’ และ’ความรู้สึก’ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านั้น 1. เราประสบคนอื่นอย่างไร? 2. คนอื่นประสบเราอย่างไร? 3. คนอื่นประสบตัวเค้าเองอย่างไร เมื่ออยู่กับเรา? เราคงต้องถามคำถามหลายคำถาม เพื่อให้ได้คำตอบของสามคำถามนี้ เช่น เราคิดว่าเพื่อนที่ทำงานเราเป็นอย่างไร? เวลาเราพูด นายรู้สึกยังไง? ตอนที่เราไปเที่ยวกันเป็นกลุ่ม การที่มีเรากับไม่มีเรา มันแตกต่างกันอย่างไร? เป็นต้น สิ่งที่เราต้องทำในการรู้คำตอบพวกนี้มานั้นมันไม่ง่ายเลย แต่คำตอบที่ได้มาทั้งหมด จะช่วยให้เราเห็นมากขึ้นว่าลักษณะการนำที่เหมาะกับตัวเรา นั้นเป็นอย่างไร และเป็นก้าวที่’ขาดไม่ได้’ ในการเป็นผู้นำที่ดีขึ้น