Fear of missing out

“เฮ้ย เดี๋ยวพลาดนะเว่ย” ทุกคนคงได้ยินบ่อยๆ “เฮ้ย เดี๋ยวพลาดนะเว่ย” ประโยคสั้นๆที่เพื่อนบอกเรา หรืออาจจะเป็นเสียงในหัวตัวเองที่บอกเราก็ได้ ตอนที่เรารู้สึกชีวิตมัน ‘ยุ่งเหยิง’ไปหมด เหตุการณ์ตัวอย่าง: การบ้านยังไม่เสร็จ แต่เพื่อนชวนไปเที่ยว, เหนื่อยจนแทบหมดแรงแต่ก็มีeventที่อยากไป, มาร่วมงานนึง แต่อีกงานนึงที่สนใจก็จะเริ่ม ก่อนงานนี้จบ ฯลฯ เราทำนู่นทำนี่จนเหนื่อยแทบตาย แต่มันก็ไม่รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำอยู่มัน’พอ’ แล้วเราก็ผลักตัวเองให้ทำมากขึ้น ‘เหนื่อย’กว่าเดิม แต่ก็เท่านั้น ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่ได้หมายความว่าเราไม่เก่ง หรือเราทำอะไรได้ไม่มีประสิทธิภาพพอ แต่เป็นเพราะเราไม่ได้’เรียงลำดับความสำคัญ'(prioritize) ของสิ่งที่เราต้องการ เราเลยทำมันทุกอย่างซะเลย ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับการที่เราต้องเลือกเราหว่างสองสิ่ง แล้วคิดว่าอะไรสำคัญกว่า เราก็ทำอันนั้น ทำแบบนี้ก็ดี แต่มันก็จะไม่กำจัดความรู้สึก ‘พลาด’ แต่ว่ามันมีวิธีที่จะทำให้’ไม่พลาด’เลย ก็คือการที่เรารู้ว่าเรา’ต้องการ’อะไรจริงๆจากชีวิตเรา มองง่ายๆก็คือการ ‘ตั้งเป้าหมาย’ (set goals) เราจะไม่มามัวคิดว่าเรา’พลาด’ ถ้าเราแน่วแน่ว่าเรา ‘ต้องการ’ อะไร ส่วนวิธีที่จะ ‘ตั้งเป้าหมาย’ แบบง่ายๆ ทุกคนทำได้ นิกเองก็ใช้อยู่มาซัก3ปีแล้ว เดี๋ยวจะแชร์ให้ในโพสต่อไปนะครับ Advertisements

“ไม่เหมือนคนอื่น ก็ไม่เป็นไร”

ตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเอง’เหมือน’ใครเลย เริ่มตั้งแต่ ‘ครอบครัว’ อยู่กันแค่สามคน พ่อแม่ลูก พ่อกับแม่นิก เลี้ยงดูนิกแตกต่างจากแบบคนไทยทั่วไป ออกจะเป็นสไตล์ฝรั่ง ปล่อยๆหน่อย ไม่ได้เข้าถึงวัฒนธรรมไทย ไม่ได้สนิทกับหมู่ญาติ ไม่ดูหนังฟังเพลงไทย เด็กคนอื่นนั่งดูช่องเก้าการ์ตูน นิกดูcartoon network พากย์ภาษาอังกฤษ ฯลฯ ‘หน้าตา’ก็ไม่เหมือนใครเค้า มีเชื้อผสม ไทย อินเดีย มอญ ลาว เยอรมัน อังกฤษ จีน เดินไปไหนมาไหนก็มีคนทักเป็นภาษาอังกฤษบ้าง ชวนขึ้นตุ๊กๆบ้าง ขายของราคาฝรั่งที่มาบุญครองบ้าง เพื่อนๆนี่มีแต่ไทย-จีนทั้งนั้น ‘ศาสนา’ เกิดในตระกูลมุสลิม อาศัยในเมืองพุทธ ไปเรียนโรงเรียนคริสต์ โคตรจะไม่สับสนซักกะนิดเลย นี่เป็นแค่บางตัวอย่างของสิ่งที่ทำให้นิกรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถจัดประเภทตัวเองว่าเป็นคนแบบไหน ไม่เห็นใครที่นิกสามารถก้าวตามแบบได้เลย คิดมาตลอดชีวิตว่า ‘เราเป็นใครวะ’ ตัดมาที่ประสบการณ์ที่เพิ่งได้ผ่านมา ในวิชาของ Harvard Business School ที่ชื่อว่า Field Foundations ซึ่งจะให้นักเรียนเข้าใจตัวเองในเชิงลึก เพื่อที่จะได้เติบโตเป็นผู้นำในแบบของเรา ในคลาสนึงเค้าแจกการบ้านให้นักเรียนทำ identity map (ตามรูป) ซึ่งคือการ 1.… Continue reading “ไม่เหมือนคนอื่น ก็ไม่เป็นไร”

“ทำไมถึงอยากเข้าที่นี่ครับ” – เทคนิคการสัมภาษณ์เข้า MBA, Part. 2

หลังจากแค่อ่าน tips & tricks  สำหรับการสัมภาษณ์โดยรวม เป็นของเรียกน้ำย่อยแล้ว main course อยู่ตรงนี้เลย เราจะมาเรียนรู้วิธีการเตรียมเรื่องที่เราต้องพูดแน่ๆ ซึ่งประกอบไปด้วย Main stories: 2 achievements 1 goal 1 personal Short stories คำถามเจาะลึก จุดๆนี้อาจจะคิดว่า อ้าวแล้วทำไมไม่สอนวิธีตอบพวกคำถามที่จะโดนประจำล่ะ อย่างเช่น What’s your proudest achievement? Tell me a time that you showed leadership at work? Tell me about a  conflict you faced at work? etc. กลับมาตรงที่บอกว่าหน้าที่ของเราคือการขายตัวเอง ไม่ใช่การตอบคำถามเค้าให้ถูก สิ่งที่เราต้องทำก็คือ พยายามบอกเรื่องราวดีๆที่เราอยากจะบอกให้ตัวเองดูดี โดยให้มันสอดคล้องกับการตอบคำถามเค้า อย่างคำถามตัวอย่างสามคำถามนี้… Continue reading “ทำไมถึงอยากเข้าที่นี่ครับ” – เทคนิคการสัมภาษณ์เข้า MBA, Part. 2

“ทำไมถึงอยากเข้าที่นี่ครับ” – เทคนิคการสัมภาษณ์เข้า MBA, Part. 1

“Look, if you had one shot or one opportunity to seize everything you ever wanted in one moment, would you capture it or just let it slip?” – Eminem สัมภาษณ์ MBA พลาดครั้งเดียว “จบ” เพราะฉะนั้น อะไรเตรียมตัวไปได้ เตรียมให้เต็มที่ เทคนิคการเตรียมตัวสัมภาษณ์นี้จะเน้นไปที่การเข้า   MBA เป็นหลัก แต่หลายๆข้อแนะนำก็ใช้ได้สำหรับการสัมภาษณ์แบบอื่นด้วยแหละ หน้าที่ของเราในการสัมภาษณ์ คือการ “ขายตัวเอง” จำตรงนี้ไว้ตลอด ว่าจุดประสงค์ของเราคือเสนอข้อดีของเรา ให้เค้าตัดสินใจ “ซื้อ” ซึ่งคือรับเราเข้าไป อีกอย่างนึงที่สำคัญมาก ก็คือจำไว้ว่า ทุกอย่างที่เราพูด ต้องน่าจดจำ ไม่งั้นไม่มีประโยชน์ หนังสือ… Continue reading “ทำไมถึงอยากเข้าที่นี่ครับ” – เทคนิคการสัมภาษณ์เข้า MBA, Part. 1

“กล้าที่จะถูกเกลียด”

สิ่งนึงที่ไม่ค่อยกล้าจะบอกใคร แต่มาถึงจุดๆนี้แล้ว ก็บอกไปเถอะ ตอนแรก นิกเลือกที่จะไม่สมัคร Harvard เพราะว่าใครๆก็บอกว่าเรียนโหดสุดแล้ว กดดัน ต้องพูดเก่ง ต้องตื่นตัวตลอดเวลา ตอนนั้นฟังแล้วก็แบบ โอย ไม่ต้องลำบากตัวเองขนาดนั้น สมัครที่อื่นดีกว่า แต่ด้วยเหตุผลที่ขี้เกียจเล่า สุดท้ายก็ยื่นสมัคร Harvard ตอน 1 อาทิตย์ก่อน deadline (แต่เตรียมยื่นที่อื่นเกือบจะพร้อมแล้ว ก็เลยเอามาดัดแปลงเพื่อสมัครของที่นี้ได้) แล้วสุดท้ายก็ดันติดด้วยสิ ตอนรู้ว่าติดใจนึงก็ดีใจ อีกใจนึงก็ ‘กลัว’ แต่โอกาสมันมาขนาดนี้แล้ว จะไม่รับไว้แค่เพราะกลัวมันก็ไม่ใช่เรื่อง แล้วก็ได้อ่านหนังสือเรื่อง “กล้าที่จะถูกเกลียด” ของ คิชิมิ อิชิโร กับ โคะกะ ฟุมิทะเกะ ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับแนวคิดทางปรัชญา/จิตวิทยา ที่เน้นไปในการพัฒนาตัวเอง ก้าวไปข้างหน้า และมีความสุขกับมัน หนังสือดีมาก แนะนำเลย “กล้าที่จะถูกเกลียด” ตามที่นิกตีความ คือการกล้าที่จะยอมรับและเปิดเผยในจุดอ่อนของตัวเองโดยไม่กลัวที่จะถูกคนอื่นมองในทางที่ไม่ดี และออกจาก ‘comfort zone’ เพื่อเปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้น พอได้อ่านแล้ว ก็มองกลับไปที่ตัวเอง ว่าเราก็มีความรู้สึกแบบนี้หลายครั้ง เช่นตอนที่ไม่กล้าสมัคร Harvard ก็เพราะกลัวว่าจะถูกเพื่อนร่วมชั้นมองว่าอ่อนกว่าพวกเค้า… Continue reading “กล้าที่จะถูกเกลียด”

“ทำยังไงถึงติดเหรอ?”

“พี่ทำยังไงถึงติดเหรอ” คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตที่นักเรียน/ศิษย์เก่า MBA Top Univ. โดนถาม ไปพวก info session งานไหนของมหาลัยไหนก็ต้องมีคนถามคำถามนี้ แล้วคำตอบที่ได้ก็จะประมาณ “เอาจริงนะ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน” มีคนเก่งๆสมัครมาตั้งเยอะ ก็ไม่แน่ใจว่าคนคัดเลือกเค้าชอบพี่ตรงไหน ก็ถูกของเค้าแหละ นิกก็ไม่รู้ว่า Admissions Committee ของ Harvard  ประทับใจอะไรในตัวนิกเป็นพิเศษ มันไม่ได้มีอะไรในตัวเราที่ทำให้เรารู้ว่าเราติดชัวร์ แต่ตอนนั้น นิกรู้ว่านิก ‘ดีพอ’ ที่จะให้เค้าเลือกเรา นิกพัฒนา profile ของตัวเอง ในทุกๆด้านที่จะทำได้ มีอะไรยังเป็นจุดอ่อน ก็จัดการปรับปรุงมันซะ เน้นว่า เราต้องพยายามปรับปรุง ‘ทุกด้าน ‘ ที่จะส่งผลต่อการติด MBA รวมไปถึง: GMAT / TOEFL: อันนี้เป็นอันที่หลายๆคนทุกข์ทรมาณกับมัน อยากติด Top U ก็ควร GMAT 700+ อย่างต่ำสุดๆจริงๆ ก็ 650 แต่ก็จะทำให้ต้องโดดเด่นในด้านอื่นมากๆ ไม่งั้นหมดหวัง… Continue reading “ทำยังไงถึงติดเหรอ?”

เจ้าของ blog

เจ้าของblogชื่อ นิก นะครับ เรียนจบตรีที่วิศวะจุฬาฯ และได้โอกาสไปเรียนต่อ MBA ที่ Harvard ซึ่งจะเป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผมเลย ผมเชื่อในการพัฒนาตัวเองอย่างมาก ตอนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของช่วงชีวิต Harvard MBAของผม เลยเห็นเป็นโอกาสดีที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์ และ แนวคิดในการพัฒนาตัวเอง ให้ทุกคนได้ทำให้พรุ่งนี้ของเรา เก่งกว่าเดิม ไปพร้อมๆกัน