นำในแบบของเรา part.2

(ภาพประกอบเป็นเพียงตัวอย่าง บางมิติของลักษณะการนำ ไม่ใช่ว่าหาคำตอบแค่ 4 อย่างนี้พอ) Post ที่แล้ว ได้พูดถึงการหา’ลักษณะการนำ’ ที่เหมาะกับตัวเรา คราวนี้ เรามา’มอง’ตัวเอง ด้วยการ’ถาม’คำถาม สามอย่าง ที่เกี่ยวกับ การ’ประสบ’ (Experience – verb) ซึ่งในที่นี้รวมไปถึง’สิ่งที่เกิดขึ้น’ และ’ความรู้สึก’ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านั้น 1. เราประสบคนอื่นอย่างไร? 2. คนอื่นประสบเราอย่างไร? 3. คนอื่นประสบตัวเค้าเองอย่างไร เมื่ออยู่กับเรา? เราคงต้องถามคำถามหลายคำถาม เพื่อให้ได้คำตอบของสามคำถามนี้ เช่น เราคิดว่าเพื่อนที่ทำงานเราเป็นอย่างไร? เวลาเราพูด นายรู้สึกยังไง? ตอนที่เราไปเที่ยวกันเป็นกลุ่ม การที่มีเรากับไม่มีเรา มันแตกต่างกันอย่างไร? เป็นต้น สิ่งที่เราต้องทำในการรู้คำตอบพวกนี้มานั้นมันไม่ง่ายเลย แต่คำตอบที่ได้มาทั้งหมด จะช่วยให้เราเห็นมากขึ้นว่าลักษณะการนำที่เหมาะกับตัวเรา นั้นเป็นอย่างไร และเป็นก้าวที่’ขาดไม่ได้’ ในการเป็นผู้นำที่ดีขึ้น Advertisements

นำในแบบของเรา part.1

‘ลักษณะการนำ’มีหลายประเภท แบบที่เข้มงวด หัวแข็ง สั่งการเด็ดขาด หรือแบบที่เน้นการทำงานร่วมกัน พยายามดึงศักยภาพในตัวลูกน้องให้ออกมา หรืออีกสารพัดแบบแล้วแต่ที่จะนึกได้ บางคนอาจจะคิดว่าลักษณะการนำต้องเป็น’แบบใดแบบหนึ่ง’ถึงจะดีที่สุด แต่ว่ามันก็แล้วแต่’สถานการณ์’ ไม่มีลักษณะการนำแบบไหน ที่จะดีทุกสถานการณ์ สิ่งที่เราควรทำ ก็คือ’มองตัวเอง’ และหาคำตอบว่าเราเป็นผู้นำแบบไหน เพื่อที่เราจะได้เลือกที่จะเป็นผู้นำในสถานการณ์ที่จะ ‘เหมาะ’ กับลักษณะการนำที่เข้ากับเรา ถ้าเรายังหาคำตอบไม่ได้ ว่าตัวเราเหมาะกับลักษณะไหน เราก็ต้อง’ทดลอง’ทำสิ่งใหม่ๆเพิ่มขึ้น และคอยมองตัวเองใหม่ และเมื่อเรา’เข้าใจ’ตัวเอง เราก็สามารถพัฒนาตัวเอง ให้ใช้ลักษณะการนำหลายรูปแบบมากขึ้น หรือพัฒนาตัวเอง ให้สามารถใช้ลักษณะการนำแบบใดแบบหนึ่ง ให้ดีขึ้นไปอีก ถ้าเริ่มต้นไม่ถูกว่าจะมองตัวเองยังไงดี อาทิตย์หน้ามีเทคนิคง่ายๆ ให้ลองทำกัน    

want – อยากได้

“เมื่อไหร่จะตั้งใจเรียน?” “เมื่อไหร่จะผอม?” “เมื่อไหร่จะทำabcเสร็จซักที?” ทุกคนคงเคยถามคำถามอะไรแบบนี้กับตัวเอง และก็แน่นอนว่าเคยได้ยินคนรอบตัวบ่นอะไรประมาณนี้เช่นกัน ถึงแม้คิดว่าเราตั้งเป้าหมายอยากทำมันให้ได้ และเราก็’เริ่ม’ทำอะไรหลายๆอย่างให้ไปสู่เป้าหมายแล้ว แต่พอผ่านไปซักพัก เราก็ไม่ค่อยตั้งใจทำสิ่งที่จะให้ไรไปสู่เป้าหมายนั้น แล้วพอมีแรงบันดาลใจ ก็เริ่มใหม่ แต่ทุกอย่างก็วนกลับตามรูปแบบเดิม ผลก็คือ ‘ทำไม่ได้ซักที’ ทุกคนเคยมีประสบการณ์แบบนี้แหละ แต่หลายๆคนคงไม่เคยถามกับตัวเองว่า เรา’อยาก’ได้สิ่งที่เราตั้งเป้าหมายไว้จริงๆเหรอ ยกตัวอย่าง เรื่องเรียน คนที่อยากจะเรียนเก่ง แต่ทำไม่ได้ซักที ไม่ได้แปลว่าเราไม่ฉลาด แต่อาจจะเป็นเพราะตัวเรารู้สึกว่าเราควรเรียนเก่ง แต่ไม่ได้รู้สึก’อยาก’จะเรียนเก่งขนาดนั้น มันก็เลยไม่มี’แรง’ทำเป้าหมายให้สำเร็จ ความ’อยาก’มันเป็น ‘แรง’ให้เรามุ่งมันทำเป้าหมายให้เราสำเร็จ ถ้าเราขาดความอยาก พยายามต่อไปก็ไม่เกิดผล บางทีสิ่งที่ดีกว่าก็คือการ’เปลี่ยนเป้าหมาย’ของเราเป็นอย่างอื่น

clarity – ชัด

  Quote นี้เป็นอะไรที่นิกว่ามีพลังมากๆ แต่ดูไม่ค่อยมีใครสนใจเลย เป็น quote จาก Littlefinger ตัวละครโปรดของนิกจาก Game of Thrones *โปรดระวังspoilเบาๆ* เค้าไม่ได้มาจากตระกูลยิ่งใหญ่ ไม่ได้ร่ำรวย ไม่ได้มีอำนาจ แต่ด้วยการวางแผนที่แยบยล สามารถไต่ขึ้นมาเป็นผู้ดูแลคลังของจักรวรรดิ และต่อมา ได้เป็นกุมอำนาจ The Vale ซึ่งเป็น 1 ใน 7 อาณาจักร ในจักรวรรดิได้ จาก quote เค้าบอกว่าการที่เค้าจะ’ตัดสินใจ’ทำอะไรซักอย่าง เค้าคิดว่าการกระทำนั้น จะช่วยให้เข้าใกล้’ภาพ’ที่เค้าจินตนาการไว้หรือไม่ และเค้าจะตัดสินใจทำต่อเมื่อคำตอบนั้นคือ’ใช่’ นี่แหละคือการตั้ง’เป้าหมาย’ และทำตามเป้าหมาย หากเป้าหมายเรา’ชัด’ สิ่งที่เราต้องทำในแต่ละวันก็จะชัดขึ้นมาเอง เป้าหมายที่ชัดที่สุดที่นิกเคยวาดไว้ก็คือการเข้า MBA ที่ Top Universityให้ได้ นิกจริงจังกับเป้าหมายนี้มากๆ และมันทำให้นิกทำอะไรหลายอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งเป้าหมายนี้ (แต่ไม่หนักเท่าLittlefingerละกันนะ) ถ้ามันไม่ชัดขนาดนี้ นิกคงไม่สามารถเข้า Harvard ได้ด้วยประสบการณ์ทำงานแค่2ปี และไม่ได้จบป.ตรีที่มหาลัยระดับโลกแบบคนส่วนใหญ่ที่นี่ ถ้า ‘เป้าหมาย’ เรา ‘ชัด’… Continue reading clarity – ชัด

‘Goals’ – เป้าหมาย

การที่เราจะรู้ว่าเราควรใช้’เวลา’ของเราไปทำอะไร ให้ส่งผลต่อสิ่งที่ที่ใจเรา’ต้องการ’ ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่มันก็มีวิธี ที่จะช่วยเราได้ หนึ่งในนั้นก็คือการตั้ง ‘เป้าหมาย’ ส่วนตัวนิกได้ใช้วิธีนึง ที่เอามาจากหนังสือเรื่อง Goals ของ Brian Tracy ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังสือพัฒนาตัวเองระดับคลาสสิก แต่นิกปรับให้ใช้ง่ายขึ้น วิธีก็ตามนี้เลยจ้า หาสมุดโน้ตแบบฉีกได้ 1 เล่ม เขียนสิ่งที่เราต้องการจะทำให้ได้ หรือว่า ‘เป้าหมาย’  5-10 อย่าง ถ้ามากกว่านี้ มันจะไม่สามารถทำได้หมดแล้ว หลายอย่างเกินไป เขียน action ที่เราสามารถ’ทำได้เลย’ เพื่อให้เราก้าวไปสู่เป้าหมาย ในแต่ละเป้าหมาย ควรจะมีaction ตรงนี้ซัก 3-10 อย่าง optional: เขียนสิ่งที่เตือนตัวเอง ให้ตระหนักถึงอยู่ตลอดเวลา ตรงหัวของหน้าแรกของgoalsเรา แค่เนี้ย เสร็จแล้ว การมานั่งตั้งเป้าหมายแล้วเขียนลงไปเนี่ย มันไม่ยากหรอก นิกเห็นมี guide ตั้งหลายอัน แต่สิ่งที่ยากกว่า แล้วแทบไม่มีใครมาแนะนำ ก็คือวิธีการ’ใช้’ และ’ปรับปรุง’เป้าหมายของเรา ให้มันเหมาะกับเรามากขึ้น และเหมาะกับความคืบหน้า(หรือความไม่คืบหน้า)ของเรา ซึ่งนิกมีคำแนะนำหลักๆตามนี้ หยิบเป้าหมายมาอ่าน… Continue reading ‘Goals’ – เป้าหมาย

Fear of missing out

“เฮ้ย เดี๋ยวพลาดนะเว่ย” ทุกคนคงได้ยินบ่อยๆ “เฮ้ย เดี๋ยวพลาดนะเว่ย” ประโยคสั้นๆที่เพื่อนบอกเรา หรืออาจจะเป็นเสียงในหัวตัวเองที่บอกเราก็ได้ ตอนที่เรารู้สึกชีวิตมัน ‘ยุ่งเหยิง’ไปหมด เหตุการณ์ตัวอย่าง: การบ้านยังไม่เสร็จ แต่เพื่อนชวนไปเที่ยว, เหนื่อยจนแทบหมดแรงแต่ก็มีeventที่อยากไป, มาร่วมงานนึง แต่อีกงานนึงที่สนใจก็จะเริ่ม ก่อนงานนี้จบ ฯลฯ เราทำนู่นทำนี่จนเหนื่อยแทบตาย แต่มันก็ไม่รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำอยู่มัน’พอ’ แล้วเราก็ผลักตัวเองให้ทำมากขึ้น ‘เหนื่อย’กว่าเดิม แต่ก็เท่านั้น ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่ได้หมายความว่าเราไม่เก่ง หรือเราทำอะไรได้ไม่มีประสิทธิภาพพอ แต่เป็นเพราะเราไม่ได้’เรียงลำดับความสำคัญ'(prioritize) ของสิ่งที่เราต้องการ เราเลยทำมันทุกอย่างซะเลย ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับการที่เราต้องเลือกเราหว่างสองสิ่ง แล้วคิดว่าอะไรสำคัญกว่า เราก็ทำอันนั้น ทำแบบนี้ก็ดี แต่มันก็จะไม่กำจัดความรู้สึก ‘พลาด’ แต่ว่ามันมีวิธีที่จะทำให้’ไม่พลาด’เลย ก็คือการที่เรารู้ว่าเรา’ต้องการ’อะไรจริงๆจากชีวิตเรา มองง่ายๆก็คือการ ‘ตั้งเป้าหมาย’ (set goals) เราจะไม่มามัวคิดว่าเรา’พลาด’ ถ้าเราแน่วแน่ว่าเรา ‘ต้องการ’ อะไร ส่วนวิธีที่จะ ‘ตั้งเป้าหมาย’ แบบง่ายๆ ทุกคนทำได้ นิกเองก็ใช้อยู่มาซัก3ปีแล้ว เดี๋ยวจะแชร์ให้ในโพสต่อไปนะครับ

“ไม่เหมือนคนอื่น ก็ไม่เป็นไร”

ตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเอง’เหมือน’ใครเลย เริ่มตั้งแต่ ‘ครอบครัว’ อยู่กันแค่สามคน พ่อแม่ลูก พ่อกับแม่นิก เลี้ยงดูนิกแตกต่างจากแบบคนไทยทั่วไป ออกจะเป็นสไตล์ฝรั่ง ปล่อยๆหน่อย ไม่ได้เข้าถึงวัฒนธรรมไทย ไม่ได้สนิทกับหมู่ญาติ ไม่ดูหนังฟังเพลงไทย เด็กคนอื่นนั่งดูช่องเก้าการ์ตูน นิกดูcartoon network พากย์ภาษาอังกฤษ ฯลฯ ‘หน้าตา’ก็ไม่เหมือนใครเค้า มีเชื้อผสม ไทย อินเดีย มอญ ลาว เยอรมัน อังกฤษ จีน เดินไปไหนมาไหนก็มีคนทักเป็นภาษาอังกฤษบ้าง ชวนขึ้นตุ๊กๆบ้าง ขายของราคาฝรั่งที่มาบุญครองบ้าง เพื่อนๆนี่มีแต่ไทย-จีนทั้งนั้น ‘ศาสนา’ เกิดในตระกูลมุสลิม อาศัยในเมืองพุทธ ไปเรียนโรงเรียนคริสต์ โคตรจะไม่สับสนซักกะนิดเลย นี่เป็นแค่บางตัวอย่างของสิ่งที่ทำให้นิกรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถจัดประเภทตัวเองว่าเป็นคนแบบไหน ไม่เห็นใครที่นิกสามารถก้าวตามแบบได้เลย คิดมาตลอดชีวิตว่า ‘เราเป็นใครวะ’ ตัดมาที่ประสบการณ์ที่เพิ่งได้ผ่านมา ในวิชาของ Harvard Business School ที่ชื่อว่า Field Foundations ซึ่งจะให้นักเรียนเข้าใจตัวเองในเชิงลึก เพื่อที่จะได้เติบโตเป็นผู้นำในแบบของเรา ในคลาสนึงเค้าแจกการบ้านให้นักเรียนทำ identity map (ตามรูป) ซึ่งคือการ 1.… Continue reading “ไม่เหมือนคนอื่น ก็ไม่เป็นไร”