6 สิ่งสำคัญในการเลือกที่ฝึกงาน

สำหรับนักเรียน MBA แล้ว การฝึกงาน ถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากๆของประสบการณ์ MBA เลย เป็นส่วนนึงของการเรียนรู้เราในช่วง 2 ปีนี้ แล้วแน่นอนว่ามันเป็นตัวสำคัญในการบ่งชี้ว่าเรียนจบแล้วเราจะทำอะไร Step แรกในการที่เราจะได้ฝึกงาน ก็แน่นอนว่าต้องเลือกที่ฝึกงานที่มันเหมาะกับเรา แล้วจากที่ได้เจอมาเองกับตัว กับการได้พูดคุยกับเพื่อนๆคนอื่น ก็ได้เห็นว่าสิ่งหลักๆที่ควรคำนึงถึงในการเลือกที่ฝึกงาน ประกอบไปด้วย: 1. learning potential เราจะได้เรียนรู้ และพัฒนาความสามารถตัวเองจากการฝึกงานได้มากน้อยแค่ไหน เช่น ถ้าเราไม่เคยทำงานด้าน marketing แล้วเลือกฝึกงานด้านนั้น ก็น่าจะเรียนรู้ได้มากกว่าฝึกงานใน function ที่เราเคยทำอยู่แล้ว อีกอย่างที่ต้องคำถึงคือความเสี่ยงในการที่จะได้เรียนรู้ เช่น สมมติฝึกงาน investment banking สิ่งที่เราจะได้ทำมันค่อนข้างชัดเจน แต่ถ้าฝึกงานกับ startup เล็กๆ ก็เสี่ยงสูงมาก เพราะเราไม่รู้แน่นอนว่าเราจะเข้าไปทำอะไรบ้าง ทิศทางของบริษัทยังไม่แน่นอนเลย จะเอาความแน่นอนอะไรกับสิ่งที่เค้าจะให้เด็กฝึกงานทำ 2. profile repositioning ถ้าอยากย้ายสายงาน โอกาสที่จะเปลี่ยนสายตอนฝึกงาน ง่ายกว่าตอนสมัครงาน full time สมมติ อยากเปลี่ยนจาก background ด้าน… Continue reading 6 สิ่งสำคัญในการเลือกที่ฝึกงาน

Resume สมัครงาน vs สมัคร MBA

จากที่ได้สมัครเรียนพวก MBA top schools กับสมัครงานมา แล้วก็ติดที่ Harvard กับได้ฝึกงาน management consulting ที่บอสตัน เลยอยากเขียน guide ทำ resume บ้าง แต่พวก guide ที่คนอื่นทำไว้ หลายๆอันนิกก็ว่าดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เห็นว่าไม่มีใครมาบอกชัดๆ คือ resume สำหรับการสมัครงานกับสมัครเรียน MBA นี่มัน”ต่างกัน”ยังไง แล้วถ้าเราไม่เข้าใจความแตกต่างตรงนี้ เวลาสมัครจริงๆ มันตัดโอกาสเราไปมากๆเลย ถ้าอยากได้รายละเอียดวิธีเขียนเป็นเรื่องเป็นราว ก็ไปดู guide อื่นๆด้วย ความคิดหลายๆคน (รวมถึงตัวเองตอนแรกๆ) ก็คือ resume สมัครเรียนเรามันทำให้เราติดที่ติดยากๆแบบนี้ได้ มันก็ต้องดีอยู่แล้ว ใช้สมัครงานได้สบายๆ แต่พอมานั่งดูดีๆ มันต้องเปลี่ยนหลายอย่างเหมือนกัน หน้าที่หลักของ resume คือการบอกว่าเรา”เก่ง”ยังไง แต่ความแตกต่างทั้งหมด มันมาจากการที่ คนที่โปรแกรม mba ต้องการมัน”กว้าง” ส่วนคนที่บริษัทต้องการมัน”เฉพาะเจาะจง” วิธีเขียน resume สมัคร mba: Mba… Continue reading Resume สมัครงาน vs สมัคร MBA

“The HBS Difference” – อ้าวแล้ว MBA ที่ Harvard มันแตกต่างจากที่อื่นยังไงเหรอ

A: “เฮ้ย Harvard มันเป็นอันดับหนึ่ง ต้องดีที่สุดอยู่แล้ว” B: “ไม่สนอ้ะ อยากเข้า Stanford มากกว่า รู้สึกมันใช่กว่า” C: “Harvard ดูยากอ่ะ ไม่กล้าเข้า” นิก: แล้วสิ่งที่มันแตกต่างกับที่อื่นล่ะ มีตรงไหนบ้าง A B C: เอ่อ…. ตอนนี้ก็ใกล้ถึงช่วงสมัคร MBA รอบแรกอีกแล้ว ใครที่กำลังดูๆอยู่ว่า HBS มันต่างกับที่อื่นยังไงบ้าง ต้องอ่านเลย ไอ้สิ่งที่จะเล่าให้ฟังพวกนี้ รู้ว่ามันมีตั้งแต่ก่อนจะเข้าไปเรียนแล้ว หาข้อมูลได้ง่ายๆ แต่ที่ไม่รู้ก็คือมันจะมีผลต่อประสบการณ์เรายังไงน่ะสิ Case Method อย่างแรกเลยที่ต้องพูดถึงคือ การใช้ case method ในการสอนสำหรับวิชาหลักทุกวิชา ทุกคลาส จบปีหนึ่งนี่คือผ่านไปราวๆ 250 เคส คะแนนหลักๆมาจากการมีส่วนร่วมในห้องเรียน (participation) 50% กับ สอบไฟนอลอีก 50% บางวิชามี assignment หรือ ควิซบ้าง ต่างกับที่อื่น (ส่วนใหญ่)… Continue reading “The HBS Difference” – อ้าวแล้ว MBA ที่ Harvard มันแตกต่างจากที่อื่นยังไงเหรอ

Learning = Gaining Knowledge????

ถ้าพูดถึงการเรียนแล้ว ไม่ว่าใครก็นึกถึงภาพของการนั่งในห้อง ฟังครูให้’ความรู้’ หรือไม่ก็นึกถึงการอ่านหนึงสือเพื่อเพิ่มเติมความรู้ให้กับตัวเอง นั่นก็ไม่ผิดหรอก แต่ว่าการเรียนรู้ ไม่ได้จำกัดแค่การเพิ่มเติมความรู้ การเรียนรู้มีสามระดับ การเพิ่มเติมความรู้นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ จากคลาส  FIELD Foundations ของ Harvard Business School ซึ่งมีจุดประสงค์ในการวางรากฐานของลักษณะการเป็นผู้นำ โดยเน้นที่การเรียนรู้ตัวเอง เขาบอกว่าการเรียนรู้มีสามระดับ คือ 1. Learn something new เรียนรู้สิ่งใหม่ 2. Change your mind เปลี่ยนความคิดตัวเอง 3. Change yourself / change behavior  เปลี่ยนตัวเอง / เปลี่ยนพฤติกรรม การหาความรู้ เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เปิดโลกเราให้เรามีความเข้าใจที่กว้างขึ้น และสามารถเปลี่ยนความคิดไปในแนวใหม่ที่ดีขึ้นได้ แล้วเมื่อความคิดของเราเปลี่ยนแล้ว เราก็สามารถที่จะเปลี่ยนตัวเรา เปลี่ยนสิ่งที่เรากระทำ และนี่แหละ คือสิ่งที่จะสร้างความแตกต่างที่ดีให้กับโลกใบนี้ รู้สิ่งใหม่ๆแล้วก็อย่าลืมใช้ความรู้นั้นประกอบการตัดสินใจเรา ว่าเราคิดอย่างไร เมื่อเราคิดได้แล้ว ก็อย่าลืมนำความคิดนั้นออกมาสู่โลกใบนี้ผ่านการกระทำของเรา  

HBS Show – ปลดปล่อยศิลปินที่ซ่อนอยู่ออกมา

ไม่กี่วันที่ผ่านมา นิกได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในเจ็ดนักแสดงนำของ HBS Show ซึ่งเป็น Broadway style musical ยาวสองชั่วโมงครึ่ง เป็นการแสดงประกอบกับเพลง ถึง 15 เพลง แสดงจริงๆทั้งหมด 4 ครั้ง มีวงดนตรีสด 10 ชิ้น นักแสดง/ร้อง/เต้น สมทบ อีก 20+ คน  ต้องสร้างเวทีและระบบแสงเสียงทับของในหอประชุมซึ่งดีไม่พอกับความต้องการของทีมงาน เนื้อเรื่อง/บทพูด/เพลง แต่ง/เรียบเรียงใหม่ขึ้นมาทั้งหมด เตรียมงานกันข้ามปี เข้าไปอยู่จุดๆนี้แล้วรู้สึกเลยว่า “เฮ้ย นี่มันใช่ฝีมือเด็ก MBA จริงเหรอ?” ทุกคนไปขุดความสามารถพิเศษมาจากไหนกัน ไม่ต้องมานั่งฝึกความสามารถเพิ่มเติม แล้วทำไมถึงเกิดความจริงจังมาจัดงานที่มันอลังการขนาดนี้ แล้วไม่ใช่ว่าแต่ละคนเป็นพวกที่เน้นทำแต่กิจกรรม “ทุกคน” ประสบความสำเร็จใน professional world มาแล้ว ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ คนอื่นๆที่นี่ก็ชื่นชมคนที่มีส่วนร่วมในงานนี้ ไม่ได้เห็นว่าการทำอะไรแบบนี้เป็นเรื่อง “ไร้สาระ” คนหลายคนมากที่นี่มีความสามารถพิเศษของตัวเอง ตั้งแต่เป็นนักกีฬาทีมมหาลัย แสดงเดี่ยวไมโครโฟน บ่มเบียร์เอง ฯลฯ เวลาคุยกับใครในเรื่องที่เค้าชอบ รู้สึกได้เลยว่าเค้าอินมากจริงๆ ยิ่งกว่านั้น ตอนที่ได้ร่วมซ้อม… Continue reading HBS Show – ปลดปล่อยศิลปินที่ซ่อนอยู่ออกมา

กระจก

What is your theory of leadership? ทฤษฎีการเป็นผู้นำของคุณคืออะไร ? คำถามนี้เป็นคำถามสำคัญที่อาจารย์วิชา LEAD ถามตั้งแต่คลาสแรก และคอยถามซ้ำอีกเรื่อยๆตลอดเทอม นี่เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งของการทำ “reflection” ซึ่งเป็นสิ่งที่ Harvard ให้นักเรียนทำเป็น assignment อยู่เรื่อยๆ เพื่อ”ทบทวน”สิ่งที่เราได้เรียนไป รวมไปถึงความคิดเห็นของเรากับสิ่งที่เรียน และการนำไปใช้จริงในอนาคต เช่น เมื่อจบบทนึงของวิชา เค้าจะให้เราส่งคำตอบว่า แนวคิดที่สำคัญที่สุดที่ได้ในบทนั้นคืออะไร หรือ สิ่งใดที่เรียนไปสำคัญที่สุดในการเอาไปใช้จริงในอนาคตสำหรับเรา จุดเด่นของการทำ reflection คือการ “สกัด” สิ่งที่สำคัญที่เราได้เรียนรู้ออกมาชัดๆ แล้วเก็บมันไว้ในหัวเรา แทนที่จะเรียนไปแล้ว สอบเสร็จ “เท”ความรู้ทิ้งหมด แล้วไอ้สิ่งที่เราสกัดได้เนี่ย มันคือสิ่งที่เรา”เข้าใจ”จริงๆ และรวมไปถึง”ความเห็น”ของเรากับสิ่งนั้น ไม่ใช่แค่สิ่งที่ฟังคนอื่นมาแล้วจำ นอกจากการใช้เพื่อการเรียนในห้องเรียน เราสามารถใช้การ reflection กับสิ่งอื่นๆที่เราเจอใน”ชีวิตประจำวัน” ได้ ลองมองตัวเอง ว่าเราคิดอย่างไรกับประสบการณ์ที่เราเจอ หรือเราจะลองreflect “ตัวเรา”เอง ลองมองการกระทำ ความคิด ความรู้สึก ของตัวเอง เพื่อคอยทบทวน ดูว่าเราชอบไม่ชอบตรงไหน และคอยปรับให้เราใช้ชีวิตได้ดีขึ้น อย่าปล่อยชีวิตผ่านไปเรื่อยๆ… Continue reading กระจก

เอาใจเขามาใส่ใจเรา

empathy  คือการเข้าใจ”ความรู้สึก”คนอื่น การเอาใจเขามาใส่ใจเรา มันเป็นอะไรที่มักถูกมองข้าม ขนาดคำว่า empathy เอง ยังเป็นคำที่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าแปลว่าอะไรเลย การเอาใจเขามาใส่ใจเรา ส่วนมากจะถูกใช้ในเรื่องความสัมพันธ์ซะเป็นส่วนใหญ่ เอาไว้ใช้แก้ปัญหาตอนคนทะเลาะกัน แต่ไม่ค่อยได้รับความสำคัญให้เป็นเรื่องที่ควรคิดถึงในการตัดสินใจอะไรซักเท่าไหร่ ยิ่งการตัดสินใจทางธุรกิจนี่ยิ่งหนัก เรื่องความรู้สึกนี่ไม่ค่อยมีใครไปเสียเวลานึกถึงมันเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้มีผลการวิจัยออกมามากมายว่า empathy เป็นส่วนสำคัญในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้าน operations, marketing, human resources, etc. และกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น Harvard Business School เอง ก็ได้เน้น empathy ในการเรียนมากขึ้น เคสส่วนมากที่เรียน จะมี protagonist หรือว่า “ตัวเอก”  และเค้ามักจะต้องตัดสินใจอะไรสักอย่าง ซึ่งเป็นหน้าที่ของนักเรียนที่จะวิเคราะห์ข้อมูลในเคส และทำการตัดสินใจ เสมือนว่าเราเป็นตัวเอก และในเคส จะมีข้อมูลพื้นหลังของตัวเอกและสิ่งแวดล้อมอยู่ด้วย เพื่อให้เราได้ “สวมบทบาท” ของตัวเอกได้ดียิ่งขึ้น แต่เพียงการให้อ่านข้อมูล มันไม่สามารถสร้าง empathy ได้มากพอ เลยมีวิธีอื่นๆเสริมเข้ามาด้วย ในห้องเรียน สมมติเคสเกี่ยวกับธนาคารในสวีเดน เค้าก็จะให้คนที่เคยทำงานธนาคาร กับคนที่มาจากสวีเดน มาเล่าประสบการณ์ส่วนตัว… Continue reading เอาใจเขามาใส่ใจเรา